เสริมคางกระดูกกรามและส่วนอื่นมีความผิดปกติ

เสริมคางกระดูกกรามและส่วนอื่นมีความผิดปกติ ด้วยหรือไม่ เช่น ขนาดของกระดูกกรามด้านหลัง มีการยื่นยาวผิดปกติ หรือไม่ บางครั้งอาจจะมีปัญหาเรื่องกรามเอียงเกิดขึ้น ก็ควรที่จะทำการรักษาก่อนการเสริมคาง มิฉะนั้นอาจจะทำให้อาการกรามเอียงเห็นได้ชัดเจนยิ่งขึ้นเสริมคาง.

เสริมคาง
เสริมคางความเล็กใหญ่ของคาง เรื่องการเสริมคางนั้นก็มีข้อจำกัดด้วย ไม่ใช่ว่าจะเสริมคาง ขนาดเท่าใดก็ได้ ทั้งนี้เนื่องจากการเสริมคางที่ใหญ่เกินไป อาจจะเกิดมีปัญหาต่อผิวหนังและกระดูกคางได้ในระยะยาว และอีกทั้งผลข้างเคียงที่จะเกิดขึ้นอีกมาก
ดังนั้นการเสริมคาง จึงเป็นการปรับเส้นโค้งของเค้าหน้าที่เหมาะสมลงตัว เพื่อเพิ่มความสวยงามให้กับใบหน้า มีจุดมุ่งหมายเพื่อทำให้คางที่เล็ก หรือคางที่ถดถอยไปด้านหลังมากเกินไป ให้มีส่วนยื่นออกมาด้านหน้ามากขึ้น แต่ถ้าคิดจะเสริมคางต้องได้รับการตรวจดูสภาพของกราม โดยศัลยแพทย์เสียก่อนว่า มีการผิดปกติที่ส่วนไหนร่วมด้วยหรือไม่ จะไดแก้ไขหรือรักษาไปพร้อมๆ กันเลยค่ะ เสริมคาง
การเตรียมตัวก่อนเข้ารับการศัลยกรรมเสริมคาง

ไม่ ต้องอดอาหาร เนื่องจากเป็นการผ่าตัดโดยใช้ยาชาเฉพาะที่เท่านั้น ไม่ต้องดมยาสลบ แต่ก็ไม่ควรทานจนอิ่มเกินไป ป้องกันอาการแน่นอึดอัดท้องระหว่างการผ่าตัด
งดกลุ่มยาที่จะมีผลต่อการหยุดเลือด เช่น แอสไพริน อย่างน้อยสองสัปดาห์ก่อนการผ่าตัด หยุดรับประทานสมุนไพรวิตามินอาหารเสริมต่างๆ เช่น วิตามินอี น้ำมันปลา เมล็ดองุ่น ใบแปะก๊วย โสม ผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลืองก่อนเข้ารับการผ่าตัดประมาณ 3-5 วัน เพราะอาจเป็นเหตุให้เลือดออกง่าย และออกมากกว่าปกติ
หลีกเลี่ยงการใช้เครื่องสำอางบริเวณใบหน้า ซึ่งถ้าหากการล้างหน้าไม่สะอาด อาจทำให้เกิดการติดเชื้อได้
แปรงฟันทำความสะอาดช่องปากให้พร้อมก่อนการผ่าตัด
งดหรือเลิกสูบบุหรี่ อย่างน้อย 4 สัปดาห์ ก่อนและหลังผ่าตัด เพราะมีผลต่อการหายของแผล ทำให้แผลหายช้า เสี่ยงต่อการติดเชื้อ
งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ในคืนก่อนผ่าตัด และ 1สัปดาห์หลังผ่าตัด
แจ้งโรคประจำตัว ประวัติการแพ้ยารับประทาน ยาชา หรือยาสลบ ให้แพทย์ทราบ
เตรียมภาวะจิตใจให้พร้อม ไม่ตื่นเต้นมากกว่าความเป็นจริง และควรรับทราบว่าหลังการผ่าตัดมีโอกาสเกิดรอยช้ำและการเปลี่ยนแปลง ซึ่งต้องใช้เวลาในการเข้าที่หรือความเคยชินกับภาพลักษณ์ใหม่
การดูแลตัวเองหลังเสริมคาง.

ทำนมการเพิ่มขนาดหน้าอกด้วยวัสดุถุงนมเทียมด้วยการผ่าตัด

ทำนมบอกเลยว่าถ้าทำที่เกาหลี หมอไม่เคยให้ใหญ่ และ เมื่อไม่ใหญ่บางทีอาจจะห่างเหมือนนมธรรมชาติ เพราะเขามองว่าอะไรที่ธรรมชาติ และ เหมาะสมกับการดูแล ที่ไม่ทำร้ายสุขภาพระยะยาว นั่นเป็นสิ่งสำคัญมาก ถ้าจะทำใหญ่ๆ ไม่ต้องบินไปไกลถึงนู้นค่ะ ของเอิ๊กทำเกาหลีจ่ายราคาเท่ากับคนเกาหลีแต่เอิ๊กจะได้รับการันตี มีแก้ได้ถ้ามีปัญหาไม่ต้องจ่ายตังค์รอบสองสามถ้าเกิดจากการผ่าตัดเพราะ ทำนม.

ทำนม

จะจัดการยินดีรับผิดชอบให้เอง หรือเรื่องหมอหมอเก่งเฉพาะด้านอยู่แล้ว แต่เรื่องความเจ็บปวดบอกตรงๆไม่มี พักฟิ้นเร็วมาก ไม่เกิน 24 ชั่วโมง ก็เดินหลั่นล้าได้ การสูญเสียเนื้อเยื่อน้อยเพราะเขามีกล้องส่องเพื่อใช้วางวัสดุได้อย่างแม่นยำจะเลาะช่องว่างเท่าขนาดวัสดุเท่านั้น และ ที่สำคัญไม่ต้องใช้มอร์ฟิน กินแค่ยาแก้ปวดธรรมดา ของเอิ๊กไม่มีบวมไม่มีอักเสบ ไม่มีใครรู้ว่าทำเพราะทุกอย่างเกิดขึ้นเร็ว และ เอิ๊กก็ทำงานได้ในวันรุ่งขึ้นตามปกติ ไม่มีต้องรออีกนานแค่ไหน นมจะยุบ ไม่ยุบ หายอักเสบเมื่อไหร่ ไม่ต้องรอ ทำมาตอนแรกเท่าไหน ตอนนี้เกือบ 4 เดือนก็วัดได้เท่าเดิม ไม่มีอักเสบ เพียงแต่หน้าตาจะดูนุ่มนวลขึ้น จะเป็นธรรมชาติมากขึ้น ค่อยๆนิ่มลงเรื่อยๆ เอิ๊กไม่ต้องนวดหน้าอก 55555 หมอห้าม เลยกังวลแค่เรื่องแผลที่แอบไปยิงเลเซอร์ตลอดที่ ISKYCENTER และมีข้อที่เราต้องยอมรับบางประการ เตรียมอ่านบลอคต่อไปได้เลย ทำนม
6. ผลข้างเคียง / ข้อควรระวังหลังเสริม
อาจจะรวมไว้กับข้อเสียได้แต่มันจะดูลึกอีกระดับ ปัญหาการชาของเต้านมช่วงระหว่าง 5-6 เดือนแรกในระยะเวลาที่เส้นประสาทกำลังเชื่อมกันอยู่ใหม่ การชาของหัวนม การทานยาบางตัวเพื่อป้องกันการอักเสบ1-3-6 เดือนแล้วแต่คน ซึ่งยาบางประเภทก็ก่อให้เกิดผลข้างเคียง ทางที่ดีถามให้ละเอียดเรื่องยาที่ต้องรับประทาน หรือ การดูแลตัวเอง อย่างเช่น ห้ามนวด หมายความว่า เราต้องรอนานเหมือนกัน 6 เดือน ถึง 1 ปีเพื่อให้มันนิ่ม และ คล้อยลงอย่างเป็นธรรมชาติ ทั้งที่บางวัสดุ เช่น ผิวเรียบ เขานิ่มกันไปไหนต่อไหนแล้ว พอหลังเสริม บราแบบไหนที่ควรใส่ของประเทศเกาหลีที่เอิ๊กไปทำ หมอบอกเลยไม่อยากให้ใส่มีโครงถ้าไม่จำเป็น เพราะผิวหน้าอกเราบางอยู่แล้ว และ จะถูกเสียดสีจากโครงจนบางขึ้นไปอีก ห้ามออกกำลังกายหนักช่วง 1-2 เดือนแรก ฯลฯ อีกมากมายที่ต้องถามให้ละเอียด อย่าลืมว่าคุยกับหมอเท่านั้น เชื่อหมอเท่านั้นในการทำศัลยกรรมประเภทนี้ แล้วจะดีเอง
7. มันอาจไม่ได้อยู่กับเราตลอดไป
ท่องไว้ให้ขึ้นใจ ไม่ว่าอาจจะแก้เพราะได้ผลไม่พอใจ หรือ พอใจมาก จนวันนึงเกิดมีลูกนมขยายใหญ่ขึ้นมาอีกมากๆ เราก็อาจจะอยากเอาออก หรือ บางคนทำใหญ่มาก ปวดหลัง X-RAY มากระดูกหลังงอ ก็ต้องมาเปลี่ยนไซส์หรือเอาออกได้ มันขึ้นอยู่กับช่วงวัยของเราตอนนั้น และ การเปลี่ยนแปลงของร่างกายด้วย จงท่องไว้ว่ามันอาจไม่ได้อยู่กับเราตลอดไปก็ได้นะ หมายความว่า อาจมีการผ่าตัดเกิดขึ้นอีกก็ได้นะ ยกเว้นแต่ว่าร่างกายเราไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงมากนัก หรือ เรายังคงพึงพอใจกับผลลัพธ์ในแบบนี้ อย่างน้อยมันก็อยู่ยาวนานเกิน 10 – 15 ปีขึ้นไป

การเพิ่มขนาดหน้าอกด้วยวัสดุถุงนมเทียมด้วยการผ่าตัด [ถุงซิลิโคนชนิดแผ่นบรรจุเป็น น้ำเกลือ หรือ ซิลิโคนเจล อยู่ภายใน] ซึ่งดูภายนอกก็จะเห็นว่าใกล้เคียง หรือ กลืนไปกับสรีระธรรมชาติถ้าไม่ได้สัมผัส หรือ บางทีการสัมผัสก็ไม่อาจรู้ได้ เพราะปัจจุบัน บางวัสดุเทียมบางชนิดก็ให้สัมผัสที่เหมือนจริงค่อนข้างมาก แต่นอกเหนือจากนั้น การทำศัลยกรรมหน้าอกยังหมายถึง การแก้ไขปัญหาการคล้อยของทรวงอก การผ่าตัดลดขนาดหน้าอก การแก้ไขปัญหาหัวนมไม่เท่ากัน หัวนมบอด ผู้ป่วยมะเร็งเต้านมต้องผ่าตัดหน้าอกออกไป ฯลฯ ซึ่งแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านหน้าอกก็จำเป็นที่จะต้องมีทั้งศาสตร์และศิลป์ที่จะออกแบบรูปร่างและขนาดของหน้าอกให้เหมาะกับความต้องการคนไข้ เหนือสิ่งอื่นใดต้องเหมาะสมพอดีกับสรีระ และ ความปลอดภัยระยะยาวเป็นหลัก

สารที่บรรจุในถุงซิลิโคนที่นิยมใช้บ่อยที่สุด
1.ซิลิโคนบรรจุด้วยน้ำเกลือ
2.ซิลิโคนบรรจุด้วย cohesive gelทำนม.

1. ถุงซิลิโคนบรรจุด้วยน้ำเกลือ
– ถุงน้ำเกลือประเภทเติมน้ำเกลือภายหลัง เปลือกถุงจะเป็นซิลิโคน มีการทำถุงเป็นขนาดต่าง ๆ เป็นถุงเปล่า เวลาผ่าตัดจะใส่ถุงเปล่าเข้าไปในช่องว่างที่เปิดอยู่ก่อนแล้ว จึงเติมน้ำเกลือทางสายที่ติดถุง เมื่อได้ขนาดที่ต้องการจะดึงสายบริเวณนั้นออกซึ่งจะมีฝาปิดถุงเอาไว้อีกทีนึง ถุงแบบนี้ปรับขนาดตามที่ต้องการได้
– ถุงน้ำเกลือประเภทเติมน้ำเกลือก่อนใส่ จะเติมน้ำเกลือมาแล้วจากผู้ผลิต ข้อดี นิ่มและเป็นธรรมชาติ และมีโอกาสเรื่องถุงแฟบ รั่ว น้อยกว่าแบบที่เติมน้ำเกลือภายหลัง
ข้อดี
❤ สัมผัสที่นิ่มและการเคลื่อนที่ไปมาได้คล้ายสรีระการเคลื่อนไหวเต้านมธรรมชาติ
❤ สามารถเพิ่มลดขนาดตามที่ต้องการได้ระหว่างทำ
❤ หากรั่วซึม ไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย
ข้อด้อย
❤ พบปัญหาการรั่วและแฟบได้บ่อย แต่ร่างกายสามารถดูดซึมน้ำเกลือโดยไม่เป็นอันตราย เวลาที่หน้าอกแฟบจากการรั่วซึม ก็ต้องทำการแก้ไขโดยการผ่าตัดใหม่
❤ คลำได้รอยย่นของถุงน้ำเกลือซึ่งสั่นไหวไปมาภายในถุง ทำให้ผิวหนังด้านล่างเกิดรอยย่น มักเกิดกับผู้หญิงผอมบาง
❤ กระเพื่อมได้ยินเสียง หรือรู้สึกว่าเต้านมกระเพื่อม เราจะรู้ตัวแต่คนอื่นจะไม่รู้ ซึ่งอาการนี้จะค่อย ๆ ดีขึ้นเอง
❤ ความนิ่ม อาจจะนิ่มไม่เหมือนเต้านมธรรมชาติ 100%

เสริมจมูกนอกเหนือจากผลข้างเคียงตามปกติจากการผ่าตัดทั่วไป

การเสริมจมูกแบบโอเพ่นเป็นการผ่าตัดที่ค่อนข้างยาก และต้องอาศัยความชำนาญของศัลยแพทย์เป็นอย่างมาก การผ่าตัดประเภทนี้จึงควรทำโดยศัลยแพทย์ตกแต่งที่เชี่ยวชาญเท่านั้นเพราะหากทำโดยไม่มีความชำนาญอาจเกิดผลแทรกซ้อนขึ้น ซึ่งมักจะรุนแรงตามที่เราเห็นกันในข่าวอยู่บ่อยๆเสริมจมูก.

เสริมจมูก

ผลข้างเคียงจากการเลาะกระดูกซี่โครงเพื่อใช้ในการเสริมจมูก

นอกเหนือจากผลข้างเคียงตามปกติจากการผ่าตัดทั่วไป อันได้แก่ การอักเสบ การติดเชื้อ อาการปวดระบบจากการผ่าตัดซึ่งมักจะมีได้มากน้อยแล้วแต่ชนิดของการผ่าตัดแล้ว การเลาะกระดูกซี่โครงเพื่อนำไปใช้ในการเสริมจมูกหรือส่วนอื่น ๆ ของร่างกายก็มีผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นได้โดยเฉพาะเช่นกันเสริมจมูก ซึ่งตามปกติแพทย์ผู้ผ่าตัดจะพยายามหลีกเลี่ยงผลข้างเคียงดังกล่าวและป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นอย่างดีที่สุด โอกาสเกิดขึ้นตามมาตรฐานสำหรับผลข้างเคียงต่อไปนี้มักไม่สูงมากและในการดูแลโดยแพทย์ที่มีความชำนาญก็มักจะมีผลข้างเคียงเกิดขึ้นที่ไม่รุนแรง แต่อย่างไรก็ดีผลข้างเคียงที่สำคัญและเกี่ยวข้องกับการใช้กระดูกซี่โครงโดยเฉพาะสามารถพบได้มีดังนี้

  1. การเกิดแผลปูนนูน Keloid: (พบได้ประมาณ 0.68-13.24%) เป็นผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นจากการหายที่ผิดปกติทำให้มีแผลปูดนูนบริเวณแผลผ่าตัดเลาะกระดูกซี่โครงไป เกิดแผลปูดก้อนแข็งขนาดใหญ่กว่าแผลผ่าตัดเริ่มต้น อาจจะมีอาการคัน เจ็บที่แผลปูดได้โดยมากเกิดขึ้นหลังการผ่าตัด 3-6 เดือน การรักษาแผลปูดนูนสามารถทำได้โดยการป้องกันโดยใช้แผ่นเจลซิลิโคน การใช้ยาทาเฉพาะที่บางชนิด และหากปูนนูนมากการฉีดยาละลายแผลปูดด้วยยากลุ่มสเตียรอยด์ ก็สามารถควบคุมแผลปูดให้ยุบลงได้
  2. การเกิดภาวะลมรั่ว (Pneumothorax) เลือดออกในช่องปอด (Hemothorax): ภาวะนี้เป็นภาวะที่รุนแรงที่สุดและไม่ควรจะเกิดขึ้นหากทำโดยแพทย์ที่มีความรู้ความชำนาญจริง ๆ เกิดจากการเลาะกระดูกออกจากเยื่อหุ้มกระดูกแล้วทะลุผ่านเยื่อหุ้มปอดเข้าไปในช่องปอดทำให้มีลมรั่วเข้าไปในช่องปอด ในรายที่ทะลุเข้าในเนื้อปอดด้วยก็จะเกิดอันตรายต่อปอดโดยตรงทำให้เลือดออกในช่องปอด ซึ่งจะต้องมีการระบายลมและเลือดออกจากช่องปอดให้ทันท่วงที มิฉะนั้นอาจจะเกิดอันตรายต่อชีวิตได้ อัตราการเกิดผลข้างเคียงนี้ค่อนข้างต่ำตามรายงานมีเพียง 0-0.32% เท่านั้นเสริมจมูก.